กิจกรรม

กิจกรรมประจำปีพุทธศักราช 2562

          มูลนิธิแนบมหานรานนท์ เลขที่ 84/1  หมู่ 2  ถนนพุทธมณฑลสาย 5  ตำบลบางกระทึก  อำเภอสามพราน  จังหวัดนครปฐม  73210 มีวัตถุประสงค์ในการจรรโลงและสืบทอดพระพุทธศาสนาเถรวาท  ด้วยการส่งเสริมธุระในพระศาสนา 2 ประการ คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ

คันถธุระ

          1. จัดตั้งสำนักศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกพระอภิธรรม หลักสูตรประจำ 2 ปี สำหรับพระภิกษุ สามเณร และแม่ชี (สำหรับฆราวาสพักนอกสำนักฯ) ณ สำนักวิปัสสนา มูลนิธิแนบมหานีรานนท์ เปิดรับสมัครปีละรุ่นๆ ละ 50 ท่าน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึงวันที่ 28 เมษายน 2562
          2. จัดการเรียนการสอนพระอภิธรรมเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับประชาชนทั่วไป 3 แห่ง คือ
                    2.1 วัดธาตุทอง ถ.สุขุมวิท เขตวัฒนา ณ วิหารลิมปาภรณ์ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 14.00 น.
                    2.2 วัดสามพระยา เขตพระนคร ณ อาคารสุหัทรังสรรค์ ชั้น 1 ห้อง 101 และ 102 เป็นประจำทุกวัน
                             วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.30 น.
                             วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 15.30 น.
                    2.3 สำนักวิปัสสนา มูลนิธิแนบฯ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.30 น.
          3. จัดพิมพ์วารสารชื่อ “ปัญญาสาร” เพื่อแจกเป็นธรรมทาน ปีละ 4 ฉบับ ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
          4. จัดพิมพ์หนังสือคู่มือประกอบการศึกษา พระอภิธรรมหลักสูตรประจำ เป็นครั้งคราวไป ในคราวหนังสือฯ หมด
          5. เผยแพร่เสียงธรรมะทางสถานีวิทยุ พล. 1 รักษาพระองค์ คลื่น AM.1422 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.30 – 11.00 น.

วิปัสสนาธุระ

          1. จัดตั้งสำนักวิปัสสนา ณ มูลนิธิแนบ มหานีรานนท์ โดยมีเรือนสำหรับเป็นที่ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จำนวน 61 หลัง เพื่อรองรับผู้ที่มีความรู้ปรมัตถธรรมตามสมควร ได้เข้าฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
          2.สำหรับผู้ที่เคยผ่านโครงการฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสูตรของสำนักฯ มาแล้ว สามารถแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าปฏิบัติได้ที่สำนักงานมูลนิธิฯ หรือทางโทรศัพท์ โดยแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าไม่เกิน 30 วัน
          3. จัดโครงการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน หลักสูตร 7 วัน ประจำเดือน ดังนี้
วันที่  11 – 17  มกราคม   2562
วันที่  8 – 14   กุมภาพันธ์   2562
วันที่  8 – 14   มีนาคม   2562
วันที่  5 – 11   เมษายน   2562
วันที่  10 – 16 พฤษภาคม   2562
วันที่  7 – 13   มิถุนายน   2562
วันที่  5 – 11   กรกฎาคม   2562
วันที่  2 – 8     สิงหาคม   2562
วันที่  6 – 12   กันยายน   2562
วันที่  4 – 10   ตุลาคม   2562
วันที่  1 – 7     พฤศจิกายน   2562
วันที่  6 – 12   ธันวาคม   2562
ดาวน์โหลดตารางอบรมที่นี่
01 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนมกราคม 62 
02 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 62  
03 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนมีนาคม 62  
04 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนเมษายน 62  
05 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนพฤษภาคม 62  
06 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนมิถุนายน 62  
07 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนกรกฎาคม 62  
08 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนสิงหาคม 62  
09 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนกันยายน 62  
10 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนตุลาคม 62  
11 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนพฤศจิกายน 62  
12 ตารางอบรม 7 วัน ประจำเดือนธันวาคม 62
          4. จัดโครงการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน หลักสูตร 3 วัน 6 ครั้งต่อปี ดังนี้
วันที่  25 – 27  มกราคม   2562
วันที่  22 – 24  มีนาคม   2562
วันที่  24 – 26  พฤษภาคม   2562
วันที่  19 – 21  กรกฎาคม   2562
วันที่  20 – 22  กันยายน   2562
วันที่  22 – 24  พฤศจิกายน   2562
ดาวน์โหลดตารางอบรมที่นี่
01 ตารางอบรม 3 วัน ประจำเดือนมกราคม 62 
02 ตารางอบรม 3 วัน ประจำเดือนมีนาคม 62 
03 ตารางอบรม 3 วัน ประจำเดือนพฤษภาคม 62 
04 ตารางอบรม 3 วัน ประจำเดือนกรกฎาคม 62 
05 ตารางอบรม 3 วัน ประจำเดือนกันยายน 62 
06 ตารางอบรม 3 วัน ประจำเดือนพฤศจิกายน 62
          5. พระนักศึกษาฯ หลักสูตรประจำ 2 ปี เข้าฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน 7 วัน ดังนี้
ปี 2 ; วันที่  20 – 26  กุมภาพันธ์  2562
ปี 1 ; วันที่  27 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม  2562
ปี 2 ; วันที่  20 – 26  มิถุนายน  2562
ปี 1 ; วันที่  27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2562
ปี 2 ; วันที่  16 – 22  สิงหาคม  2562
ปี 1 ; วันที่  23 – 29  สิงหาคม  2562

ข่าวงานบำเพ็ญกุศลประจำปี 2562

1. วันมาฆบูชา ทอดผ้าป่าสามัคคี        
    วันอังคาร ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562    
2. วันวิสาขบูชา ทอดผ้าป่าสามัคคี 
    วันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2562    
3. วันอาสาฬหบูชา ทอดผ้าป่าสามัคคี
    วันอังคาร ที่ 16 กรกฎาคม 2562  
4. กฐินกาล ถวายผ้ากฐินสามัคคี 
    วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม 2562

ติดต่อสอบถามได้ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์: 02-889-4417, 02-482-1044
โทรศัพท์มือถือและไลน์: 089-613-9333  
ที่อยู่อีเมล: nabfoundation@hotmail.com
เว็บไซต์/เพจชื่อภาษาไทย: มูลนิธิแนบมหานีรานนท์

ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนมูลนิธิแนบฯ

สามารถบริจาคโดยการโอนเงินเข้าบัญชีดังนี้
ชื่อบัญชี “มูลนิธิแนบมหานีรานนท์” ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนข้าวสาร  เลขที่บัญชี  027-1-22298-0  ประเภทออมทรัพย์
ชื่อบัญชี “มูลนิธิแนบมหานีรานนท์” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสำนักเพลินจิต  บัญชีเลขที่ 001-9-38942-0 ประเภทออมทรัพย์
และโปรดส่งสำเนาการโอนเงินไปยังมูลนิธิแนบฯ
หรือทางไลน์หมายเลข 089-613-9333  

แผนที่สังเขป


 **ข่าวประกาศรับสมัครนักศึกษาพระอภิธรรมหลักสูตรประจำ ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒**

สำนักวิปัสสนา มูลนิธิแนบมหานีรานนท์

เปิดรับสมัครนักศึกษาพระอภิธรรมหลักสูตรประจำ ๒ ปี
รุ่นที่ ๓๓  ปีการศึกษา ๒๕๖๒
ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ 
(รับจำนวนไม่เกิน ๕๐ ท่าน)

          เปิดรับสมัครพระภิกษุ สามเณร แม่ชี และฆราวาส เข้าศึกษาพระอภิธรรมหลักสูตรประจำ ๒ ปี โดยใช้ “คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ (ฉบับแปลอธิบาย ๙ ปริจเฉท)” “ธัมมสังคณีมาติกา (จำแนกองค์ธรรมของติกมาติกาและทุกมาติกา)” “มหาปัฏฐาน (กุสลติกมาติกา ปัญหาวาระ อนุโลมนัย)” และ “วิสุทธิมัค (สังเขป)” เป็นหลักสูตรการศึกษา รุ่นที่ ๓๓ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๒ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
         หมายเหตุ: พระภิกษุ สามเณร และแม่ชี พักในสำนักฯ ส่วนฆราวาส พักนอกสำนักฯ

คุณสมบัติผู้สมัคร

๑. อายุระหว่าง ๑๘ – ๕๐ ปี
๒. สำเร็จการศึกษาทางโลกตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ หรือเทียบเท่าขึ้นไป
๓. เป็นผู้ไม่ติดภาระการศึกษาทางโลกและทางธรรมอื่นๆ
๔. เป็นผู้มีสุขภาพดี ไม่มีโรคติดต่อเรื้อรัง
๕. เป็นผู้ไม่ติดสิ่งเสพติดทุกชนิด มีบุหรี่เป็นต้น
๖. เป็นผู้มีความตั้งใจในการศึกษาและการปฏิบัติ
๗. ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนักฯ ที่พำนักอยู่

เอกสารหลักฐานประกอบการสมัคร

๑. สำเนาบัตรประจำตัว/บัตรต่างด้าว/หนังสือเดินทาง ๒ ชุด
๒. สำเนาหนังสือสุทธิ ๒ ชุด

ผู้สนใจสมัครได้ที่***

สำนักวิปัสสนา มูลนิธิแนบมหานีรานนท์
๘๔/๑ หมู่ ๒  ถ.พุทธมณฑลสาย ๕  ต.บางกระทึก อ.สามพราน  จ. นครปฐม ๗๓๒๑๐
โทรศัพท์: ๐๒-๘๘๙-๔๔๑๗, ๐๒-๔๘๒-๑๐๔๔, ๐๘๙-๖๑๓-๙๓๓๓
ทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐ ถึง ๑๗.๐๐ น.
***หมายเหตุ: สามารถโทรศัพท์ไปลงชื่อสมัครล่วงหน้าก่อนได้ โดยเดินทางไปรายงานตัวที่มูลนิธิฯ ไม่เกินวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒

กำหนดการการอบรมฯ สอบคัดเลือก และประกาศผล

วันที่ ๒๙ – ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒  อบรมความรู้พื้นฐานก่อนสอบคัดเลือก
วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒  สอบคัดเลือกข้อเขียนและสัมภาษณ์
วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒  ประกาศผลสอบคัดเลือก***
***หมายเหตุ:  หลังจากประกาศผลสอบคัดเลือกแล้ว รูปใด/ท่านใดสอบคัดเลือกผ่านแล้ว ให้นำเอกสารหลักฐานมาเพิ่มเติม ดังนี้
๑. รูปถ่ายหน้าตรง ๑ นิ้ว ๒ ใบ
๒. หนังสือรับรองจากเจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนักที่พำนักอยู่
๓. ใบรับรองแพทย์

กำหนดการเปิดและปิดภาคเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๒

ภาคต้น          เปิดภาคเรียนที่ ๑ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
                       ปิดภาคเรียนที่ ๑ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ภาคปลาย      เปิดภาคเรียนที่ ๒ วันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ 
                       ปิดภาคเรียนที่ ๒ วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ติดต่อสอบถามได้ทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
โทรศัพท์: ๐๒-๘๘๙-๔๔๑๗, ๐๒-๔๘๒-๑๐๔๔
โทรศัพท์มือถือและไลน์: ๐๘๙-๖๑๓-๙๓๓๓ 

ดาวน์โหลดใบสมัครและระเบียบการที่นี่

ประกาศรับสมัครนักเรียนหลักสูตรประจำ ๒๕๖๒
ระเบียบการนักศึกษา
ระเบียบการปกครอง
ใบสมัครเรียนหลักสูตรประจำ
หนังสือรับรอง


สังเขปเนื้อหารายวิชา

หลักสูตรศึกษาพระอภิธรรมประจำ ๒ ปี

อภิธัมมัตถสังคหะ ๙ ปริจเฉท

          คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ เป็นคัมภีร์ที่รวบรวมเนื้อหาสำคัญจากพระอภิธรรมปิฎกและอรรถกถาพระอภิธรรมไว้โดยย่อ จัดเป็นคัมภีร์ประเภทอรรถกถาสังเขป (อรรถกถาสรุปความ) รจนาโดยพระอนุรุทธาจารย์ ชาวเมืองท่ากาเวริ เขตเมืองกัญจิปุระ แคว้นโจฬะ อินเดียตอนใต้ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๗  แบ่งเป็น ๙ ปริจเฉท (ตอน) ดังนี้
          ปริจเฉทที่ ๑ จิตสังคหวิภาค แสดงเรื่องจิตปรมัตถ์ จำแนกจิตปรมัตถ์โดยความเป็นกุศลจิต อกุศลจิต วิบากจิต กิริยาจิต เป็นต้น เมื่อรวบรวมจิตประเภทต่างๆ แล้ว ได้ ๘๙ หรือ ๑๒๑ อย่าง  
          ปริจเฉทที่ ๒ เจตสิกสังคหวิภาค แสดงเรื่องเจตสิกปรมัตถ์ เป็นธรรมที่ปรุงแต่งจิตให้เป็นไปในการรับรู้อารมณ์ต่างๆ เช่น จิตโลภ จิตโกรธ จิตหลงและจิตมีสติ มีสมาธิ มีปัญญาฯ โดยมี ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา โลภะ โทสะ โมหะ สัทธา สติ และปัญญาเจตสิก เป็นต้น เจตสิกเป็นตัวปรุงแต่ง จำแนกเป็นหมวดๆ ได้ ๓ หมวด รวบรวมสภาวลักษณะของเจตสิกแล้ว มี ๕๒ อย่าง พร้อมทั้งแสดงเจตสิกแต่ละอย่างเกิดในจิตดวงไหนได้บ้าง จิตแต่ละดวงนั้นมีเจตสิกเกิดร่วมได้เท่าไร อะไรบ้าง
          ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณณกสังคหวิภาค แสดงการรวบรวมธรรมต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับจิตและเจตสิกซึ่งเป็นนามธรรม เมื่อรวมแล้วได้สภาวธรรม ๕๓ ประการ (จิต ๑ เจตสิก ๕๒) จำแนกออกเป็น ๖ หมวด ตามประเภทแห่ง เวทนา เหตุ กิจ ทวาร อารมณ์และวัตถุ
          ปริจเฉทที่ ๔ วิถีสังคหวิภาค แสดงความเป็นไปของจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นตามลำดับ ในขณะที่รับอารมณ์ ตามทวารต่างๆ ทั้งทางปัญจทวารและทางมโนทวาร ที่เป็นกามวิถีและอัปปนาวิถี เป็นต้น     
         ปริจเฉทที่ ๕ วิถีมุตตสังคหวิภาค แสดงเรื่องจิตที่พ้นวิถี ภูมิที่อยู่อาศัยของสัตว์ การปฏิสนธิจิตของสัตว์ในภูมิต่างๆ แม้รูปปฏิสนธิของอสัญญสัตตพรหม ตลอดจนแสดงถึงเรื่องกรรมของสัตว์ที่จะให้วิบากกรรมเกิดขึ้นในภูมิต่างๆ และสัตว์ทั้งหลายที่ใกล้จะตาย ต้องได้รับอารมณ์จากกรรมของตนไปปฏิสนธิใหม่ในภพหน้า
          ปริจเฉทที่ ๖ รูปสังคหวิภาค แสดงเรื่องรูปปรมัตถ์ ๒๘ อย่าง และนิพพานปรมัตถ์
          ๑) รูปปรมัตถ์ แสดงเรื่องรูปปรมัตถ์ตามสภาวะลักษณะ ๒๘ อย่าง พร้อมทั้งแสดงตามนัยเอกมาติกา ทุกมาติกา แสดงสมุฏฐานที่เป็นเหตุให้รูปเกิดขึ้น แสดงจำนวนการเกิดดับของรูปธรรม ตามนัยแห่งภูมิ ตามนัยแห่งกาล ตามนัยแห่งกำเนิดทั้ง ๔
          ๒) นิพพานปรมัตถ์ เป็นอารมณ์ของโลกุตตรจิต ไม่มีความเกิดและความดับ พ้นจากกาลทั้ง ๓ คือ ปัจจุบัน อดีต และอนาคต เรียกว่า กาลวิมุติ พ้นจากความเป็นขันธ์ทั้ง ๕ เรียกว่า ขันธวิมุติ พ้นจากการปรุงแต่งด้วยปัจจัย ๔ คือ กรรม จิต อุตุ และอาหาร เรียกว่า อสังขตธรรม นิพพานเป็นธรรมที่ประเสริฐ เลิศกว่าธรรมทั้งปวงเพราะเป็นธรรมที่ดับทุกข์และกิเลส
          ปริจเฉทที่ ๗ สมุจจยสังคหวิภาค แสดงสภาวธรรมทั้งหลายที่สงเคราะห์เข้ากันได้เป็นหมวดเป็นหมู่ คือหมวดอกุศลสังคหะ มิสสกสังคหะ โพธิปักขิยสังคหะ และสงเคราะห์ปรมัตถธรรมทั้งหมดเป็น ๕ กอง มี กองขันธ์ อุปาทานักขันธ์ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ และอริยสัจ ๔ รวมความแล้ว แสดงธรรมที่เป็นไปเพื่อทุกข์และธรรมที่พ้นทุกข์
          ปริจเฉทที่ ๘ ปัจจยสังคหวิภาค แสดงสภาวธรรมที่เป็นปัจจัยอุปการะกัน อาศัยกันเกิดขึ้นติดต่อเนื่องกัน ทำให้นามรูปเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏหาที่สิ้นสุดมิได้ เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท และแสดงปัจจัยให้พิสดารเป็น ๒๔ ปัจจัย เรียก ปัฏฐานนัย หรือ ปัจจัย ๒๔ ตลอดจนบัญญัติธรรม
          ปริจเฉทที่ ๙ กัมมัฏฐานสังคหวิภาค แสดงการปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ธัมมสังคณีมาติกา

          ธัมมสังคณี เป็นคัมภีร์ที่ ๑ ของพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งมีทั้งหมด ๗ คัมภีร์  และเป็นคัมภีร์สำคัญที่สุด เพราะเป็นคัมภีร์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงหัวข้อธรรม ที่เป็นเนื้อหาหลักของพระอภิธรรมปิฎก เรียกว่า “มาติกา” ไว้เป็นเบื้องต้น แบ่งออกเป็น ๓ อย่าง คือ 
(๑) ติกมาติกา ๒๒ ติกะ
(๒) ทุกมาติกา ๑๐๐ ทุกะ
(๓) สุตตันติกทุกมาติกา ๔๒ ทุกะ
          “มาติกา” แปลว่า แม่บท หรือ หัวข้อ เป็นการรวบรมปรมัตถธรรมทั้งหมดไว้เป็นหมวดหมู่ จากนั้นก็ทรงแสดงขยายออกไปเป็น ๔ กัณฑ์ คือ จิตตุปปาทกัณฑ์ (แสดงเรื่องจิตและเจตสิก) รูปกัณฑ์ (แสดงเรื่องรูป) นิกเขปกัณฑ์ (แสดงติกมาติกาและทุกมาติการวมกัน) และอัฏฐกถากัณฑ์ (แสดงเพื่อเก็บองค์ธรรมของติกมาติกาและทุกมาติกา)
          สำหรับหนังสือคู่มือการศึกษา “ธัมมสังคณีมาติกา” นี้ เป็นการจำแนกองค์ธรรมของ “ติกมาติกา” “ทุกมาติกา” และ “สุตตันติกทุกมาติกา” ในคัมภีร์ธัมมสังคณีปกรณ์ ตามนัยของคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหอรรถกถาและฏีกา โดยสังเขป เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับนักศึกษานำไปศึกษาค้นคว้าต่อในคัมภีร์ชั้นสูงขึ้นไป

มหาปัฏฐาน 

(กุสลติกมาติกา ปัญหาวาระ อนุโลมนัย) 

          คัมภีร์มหาปัฏฐาน หรือ “ปัฏฐาน” เป็นคัมภีร์ที่ ๗ ของพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งมีทั้งหมด ๗ คัมภีร์ เป็นคัมภีร์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนำเอาปรมัตถธรรมที่เป็นจุดตั้งต้น คือ ปัจจัย จำนวน ๒๔ ปัจจัย มาแสดงให้เห็นความสามารถ (สัตติ) และหน้าที่ของปัจจัยแต่ละปัจจัย แล้วทรงนำมาติกาในธัมมสังคณีปกรณ์ ๑๒๒ หมวด มาจำแนกด้วยปัจจัยทั้ง ๒๔ ปัจจัย เพื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์โดยความเป็นเหตุเป็นผลของกันและกัน
          สำหรับหนังสือคู่มือการศึกษา “มหาปัฏฐาน” (กุสลติกมาติกา ปัญหาวาระ อนุโลมนัย) นี้ เป็นการแสดงองค์ธรรมของปัจจยุเทสและปัจจยนิเทส ๒๔ ปัจจัย ในธัมมานุโลม ติกปัฏฐาน และแสดงการจำแนกกุสลติกมาติกาด้วยปัจจัย ๒๔ ในปัญหาวาระ ปัจจยานุโลม วิภังควาระ โดยแสดงองค์ธรรมตามนัยอภิธัมมัตถสังคหอรรถกถาและฏีกา        

         

วิสุทธิมัค (สังเขป)

          คัมภีร์วิสุทธิมัค เป็นคัมภีร์ว่าด้วยทางปฏิบัติเพื่อความหมดจด “วิสุทธิมัค” แปลว่า ทางแห่งความหมดจด คือ สิกขา ๓ ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา  อันเป็นทางปฏิบัติเพื่อความหมดจดจากกิเลส  รจนาโดยพระพุทธโฆสมหาเถระ ชาวอินเดียใต้ ปีพุทธศักราช ๙๕๖ ในรัชสมัยพระเจ้ามหานาม ประเทศศรีลังกา โดยประมวลพระไตรปิฎกพร้อมด้วยอรรถกถาโดยสังเขปแล้วรจนาคัมภีร์วิสุทธิมัคขึ้น
          ในการรจนานั้น ท่านได้ยกพระคาถาบทหนึ่งจากสังยุตตนิกาย มาเป็นบทนำของคัมภีร์ว่า
สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ    จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ
อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ                 โส อิมํ วิชฏเย ชฏํ.
                                                     สํ.ส. ๑๕/๖๑/๒๐ (สฺยา)
          แปลความว่า “นรชนผู้มีปัญญา เห็นภัยในสังสารวัฏ ดำรงอยู่ในศีลแล้ว เจริญจิตและปัญญา มีความเพียร มีปัญญาเครื่องบริหารนั้น ย่อมถางชัฏนี้ได้”
          ต่อจากนั้นท่านจึงได้อธิบายศีล สมาธิ ปัญญา ตามใจความพระคาถาข้างต้น โดยจำแนกออกเป็น ๒๓ หัวข้อ (ปริจเฉท) คือ
         หนังสือคู่มือการศึกษา “วิสุทธิมัค (สังเขป)” นี้ เป็นการย่อความจากอรรถกถาวิสุทธิมรรคแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นการรวบรวมเอาเฉพาะเนื้อหาที่มีความสำคัญอันจำเป็นที่นักศึกษาจะต้องทราบ ตามลำดับ ๒๓ ปริจเฉท